ไขข้อสงสัย คดีแม่ปุ๊ก ทำไมหมอไม่รู้ตั้งแต่แรกว่า เด็กถูกวางยา – หมอรับ โดนตบตาเหมือนกัน

0
114

คุณหมอ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไขคดี แม่ปุ๊ก เผย ตอนแรกที่หมอไม่รู้ว่า เด็กหญิงเอ โดนวางยา เพราะโฟกัสถึงเรื่องความดันของเด็ก พยายามหาสาเหตุโรค ตรวจละเอียดแล้วแต่ยังไงก็ไม่พบสาเหตุ เด็กก็น่ารัก ไม่ปฏิเสธหรือต่อต้านแม่ แม่ปุ๊กเล่นละครเก่งจนหมอยังคล้อยตาม จนเด็กชายบีเข้าโรงพยาบาลอาการเดียวกัน หมอบอกห้ามถ่ายรูป-ยึดมือถือ แต่แม่ปุ๊กยังถ่ายไปเรียกเงินบริจาค ติดต่อไปที่ตายายของเด็ก ตายายก็พึ่งไม่ได้ สุดท้ายต้องใช้กฎหมายจัดการ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 เกาะติดเหตุการณ์ แม่ปุ๊ก ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าวางยาลูก 2 คน คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 4 ขวบ และเด็กชายบี (นามสมมุติ) วัย 2 ขวบ หวังฮุบเงินบริจาค 20 ล้าน โดยเปิดใจสัมภาษณ์ รศ. พญ.วนิดา เปาอินทร์ หัวหน้าหน่วยดูแลเด็กถูกทำร้าย รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ รศ. พญ.ศุกระวรรณ อินทรขาว กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานบริหารหลักสูตรอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต

ไปที่เด็กหญิงเอก่อน น้องเข้ามาโรงพยาบาลด้วยอาการอะไร ?

พญ.วนิดา : จะบอกว่าจริง ๆ เรื่องของเด็กหญิงเอ เป็นเรื่องที่เราดูย้อนหลัง พอเราพบว่าเกิดอาการในเด็กชายบี และคิดว่าเป็นเรื่องของการใช้สารกัดกร่อน เราก็เลยไปดูประวัติเก่าของเด็กหญิงเอ ว่าโดนด้วยหรือเปล่า และเราก็พบข้อมูลบางอย่างที่ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเด็กหญิงเอก็จะโดนเหมือนกัน เพราะเด็กหญิงเอมาหาเราปลายธันวาคม ปี 2561 จนเสียชีวิตสิงหาคม 2562 น้องเข้ามาหาด้วยอาการอาเจียน บอกว่าแพ้อาหาร อาเจียนเป็นเลือด เป็นอาการหลักและอาการที่มีร่วมด้วยคือ ความดันโลหิตสูง และเรื่องตับอักเสบ ถึงตับวายในช่วงหลัง ๆ

ตอนแม่ปุ๊กพาไปหาหมอ เขาลงในเฟซบุ๊กบอกว่าน้องเป็นอาการหนึ่งในล้านของโลก หมอบอกแบบนี้หรือเปล่า ?

พญ.วนิดา : อันนั้นเป็นความซับซ้อนของการวินิจฉัยโรค ซึ่งวินิจฉัยยาก ส่วนหนึ่งของโรคที่เราหาก็คือ อะไรทำให้เด็กเล็กขนาดนี้ ความดันโลหิตสูงชนิดสูงกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้อันตรายอย่างมากกับสมองได้ ถ้าสูงขนาดนั้น โรคหนึ่งที่ทำให้เกิดได้คือเรนินโนม่าห์ ประโยคนี้เราบอกแม่ไปว่าเราสงสัยว่าจะเป็นและขอตรวจ จนถึงขั้นตัดชิ้นเนื้อไตไปตรวจ ก็ปรากฏว่าไม่เป็นค่ะ ซึ่งมันเป็นก้อน ลักษณะเนื้องอกชนิดหนึ่งที่สร้างสารเรนินในกระแสเลือด และทำให้ความดันโลหิตสูง

คุณหมอประเมินว่าน่าจะเกิดจากเหตุนี้ ?

พญ.วนิดา : หลังจากหาทุก ๆ อย่าง เพราะเด็กหญิงเอนี่หาเยอะมาก เอ็มอาร์ไอ เอ็มอาร์เอ ฉีดสี คือทำตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำละเอียดมาก เราเจอแค่ว่าเป็นไปได้ว่าจะเป็นเรนินโนม่าห์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจก็ไม่เป็นค่ะ สรุปแล้วเรนินก็ไม่ได้สูงอีก ตัวก้อนเนื้องอกที่เป็นเรนินโนม่าห์ก็ไม่ได้เป็น แต่แจ้งไปแล้วนะคะว่าลูกไม่ได้เป็น

ก้อนที่พูด ตอนแรกถ้าสมมติเด็กหญิงเอจะเป็นจริง ๆ จะเกิดตรงไหนของอวัยวะ ?

พญ.วนิดา : ตรงต่อมหมวกไต แถว ๆ ไตค่ะ

แต่ก็ไม่เจอก้อนเนื้อก้อนนี้ ?

พญ.วนิดา : ถ้าพูดจะยาวมาก เป็นการซับซ้อนทางการแพทย์ สั้น ๆ เราพบจากเอ็มอาร์ไอ ที่มีการสะท้อนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ทำให้สงสัยว่ามีก้อนขนาด 0.2 เซนติเมตร แปลว่ามีก้อนอยู่จริง หรือเป็นแค่เงาของแสง อาจไม่มีจริง แต่ว่าคุณหมอตัดสินใจตัดออก เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เด็กขนาดนี้จะมีความดันโลหิตสูง 150-160 มันเกิดจากอะไร คุณหมอเลยต้องยอมทำสิ่งที่จะทำได้ เพื่อจะแก้ปัญหาความดันโลหิตให้เด็ก แต่ตัดออกไปก็คือปกติค่ะ และเราก็บอกเขาด้วยค่ะว่าพอตัดไปก็ไม่ได้เป็น

ปรากฏว่าน้องก็ยังมีอาการอย่างนั้นอยู่อีก ?

พญ.วนิดา : ใช่ค่ะ ซึ่งขออนุญาตบอกภาพรวม ไม่อยากลงรายละเอียด เราดูแลเด็กหญิงเอประมาณเกือบ 8 เดือน 236 วัน ตั้งแต่เข้ามาครั้งแรกจนเสียชีวิต คือ 175 วัน ในโรงพยาบาล 61 วัน ที่บ้าน ประมาณ 6 เดือน เด็กหญิงเอใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาล กับอีก 2 เดือน ใช้ชีวิตอยู่บ้าน กับลักษณะนอนโรงพยาบาล 7 รอบ ด้วยโรค 3 โรคหลักซึ่งหาสาเหตุไม่ได้

แม่ปุ๊กลงเฟซบุ๊ก และให้เหตุผลว่า ตอนนี้จำเป็นต้องมีเงินก้อนหนึ่งเพื่อส่งชิ้นเนื้อไปต่างประเทศ ทั้งหมด 8 หมื่นกว่าบาท อันนี้จริงไหม ?

พญ.วนิดา : อันนี้เรื่องจริง แต่ไม่ทราบว่าจ่ายเงินจริงหรือเปล่า เพราะพอเราส่งและติดต่อต่างประเทศ เพื่อส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ก็ติดต่อให้อีเมล ให้แม่น้องเป็นคนจ่ายเงิน ทางนั้นแจ้งมาว่าแม่ยังไม่ได้จ่าย คุณหมอถามไปทางคุณแม่ว่าจ่ายหรือยัง คุณแม่บอกว่าจ่ายแล้ว เดี๋ยวจะเอาหลักฐานมาให้ดู แต่ก็ไม่ได้เอามาให้ดู อันนี้ก็เลยยังไม่ทราบว่าจ่ายหรือไม่จ่ายค่ะ

ตัวเลขจริง ๆ ที่รักษาเด็กหญิงเอเท่าไหร่ ?

พญ.วนิดา : 1.5 ล้านค่ะ

แม่ปุ๊กจ่ายเท่าไหร่ ?

พญ.วนิดา : 4 แสนกว่า จ่ายเป็นเงินสด การมาช่วยคุณแม่ต้องแจ้งขอจากกองทุนของโรงพยาบาล ถ้าคุณแม่ไม่ได้แจ้งขอกับทางโรงพยาบาล โรงพยาบาลจะไม่ได้ช่วย คุณแม่ไม่ได้แจ้งขอใช้กองทุนกับโรงพยาบาลค่ะ คุณแม่แจ้งขอจ่ายเอง

กรณีเด็กหญิงเอ ก่อนเสียชีวิต 12 สิงหาคม คุณแม่ก็ขออนุญาตคุณหมอถ่ายคลิปหรือไลฟ์และเล่านิทาน หรือตัวน้องไม่สบายต้องถ่ายคลิปอยู่ตลอดเวลา จริงไหม ?

พญ.วนิดา : เขาทำตลอดเวลาค่ะ ไม่ว่ารูปหรือคลิปเขาออกทุกวัน ตลอดเวลาของการป่วยของน้องเขาค่ะ

ผิดวิสัยกับความเป็นแม่ไหม ?

พญ.วนิดา : หมอคิดว่าเราต้องใจเย็นกันนิดหนึ่งนะคะ เวลาที่เรามองภาพ จริง ๆ ถามว่าในบรรยากาศของเด็กหญิงเอ เราไม่ได้สงสัยแม่ใช่ไหมคะ เพราะเราไม่เจออะไรที่ทำให้เรามั่นใจได้ เป็นบรรยากาศที่แม้แต่หมอหรือพยาบาลก็ร้องไห้ตาม เป็นบรรยากาศของความซาบซึ้งใจ ไม่เหมือนลักษณะของการทำร้ายเด็ก เหมือนเด็กคนหนึ่งจะเสียชีวิต แล้วแม่เล่านิทานให้ฟัง พูดไปจะร้องไห้ตาม มันซาบซึ้งจริง ๆ ค่ะ สิ่งที่เขาแสดงออก ใช้ได้มาก ๆ ค่ะ แล้วตัวเด็กหญิงเอก็รักแม่มาก เป็นเด็กน่ารักที่ดูเหมือนมีความสุข เขาแสดงบทบาทความเป็นแม่ได้ดี ทำให้เด็กหญิงเอมีความสุข

คุณหมอพูดวันนี้ก็น้ำตาคลอ อะไรทำให้ทุกอย่างเริ่มกลับตาลปัตร เป็นเพราะมีเรื่องเด็กชายบีเข้ามา แล้วย้อนกลับไปดู ทำให้หมอถูกตบตาหรือเปล่า ?

พญ.ศุกระวรรณ : ของเด็กชายบีตั้งต้นมาโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 13-14 มกราคม ด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือด เราก็สงสัยเรื่องการแพ้อาหาร เราก็รับคนไข้ไว้ดูแล ให้อยู่ในวอร์ดเด็กโต เราทำการส่องกล้อง วันที่ 17 ผลการส่องกล้องครั้งแรกเราไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก เป็นเนื้อเยื่อ เป็นการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน ดูหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ แล้วเราก็ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจด้วย ผลชิ้นเนื้อก็ไม่อ่านอะไรที่ผิดปกติ ในตอนนั้นเราคิดว่าการวินิจฉัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนั้น จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประวัติจากโรงพยาบาลเก่า เราก็คิดว่าน้องยังอยู่ในการแพ้อาหาร แพ้นม เราก็รักษาตามอาการแบบนั้น ก็งดนม งดผลิตภัณฑ์ของนม อาการเขาก็ดีขึ้น

ตอนเด็กชายบีเข้ามาโรงพยาบาล อาการเหมือนเด็กหญิงเอไหม ?

พญ.ศุกระวรรณ : คล้ายกันมากเลยค่ะ เพราะเด็กหญิงเอก็เข้ามาด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือด เหมือนกันเลย แต่ของเด็กหญิงเอเราได้ดูแลเขาด้วย เขาไม่มีอาการทางปาก แต่ของเด็กชายบีมีอาการทางปาก เหมือนเบิร์น

หลังจากนั้นรักษาเรียบร้อย จบ กลับบ้าน ?

พญ.ศุกระวรรณ : จริง ๆ เราส่องกล้องวันที่ 17 เราส่องกล้องก็ไม่มีอะไร ปกติ ก็สอน แนะนำให้งดอะไรบ้าง คิดว่าพรุ่งนี้น่าจะกลับได้ ปรากฏว่าวันที่ 18 ก็เริ่มมีอาการปากบวม ซึ่งเป็นในโรงพยาบาล ยังไม่ได้กลับ เหมือนเราแพลนว่าวันนี้ไม่มีอะไร ก็ทำเรื่องกลับบ้านได้ แล้วเดี๋ยวหมอจะนัดมาฟังผลชิ้นเนื้อที่โอพีดี ห้องตรวจผู้ป่วยนอกได้ ซึ่งส่วนใหญ่คนไข้ทั่วไปก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

ตอนนั้นทำยังไง อาการกลับมาอีกแล้ว ?

พญ.ศุกระวรรณ : เราก็สังเกตอาการดูต่อ แล้วดูว่าสิ่งที่เราให้งด คุณแม่งดจริงไหม เราไปรีเช็กอาหาร นม ผลิตภัณฑ์จากนมวัวที่เราสงสัยว่าแพ้ ช่วงอยู่ในวอร์ดเราได้กินอะไรเข้าไปไหม ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่ได้ให้แน่ ๆ

คุณแม่บอกว่าไม่ให้ด้วยหรือเปล่า ?

พญ.ศุกระวรรณ : อันนี้เขาก็ตอบยาก แต่เราบอกว่าอะไรที่เราควรห้ามกินดีกว่า อะไรที่ไม่ควรกิน หลังจากนั้นเราก็พบว่า หลังวันที่ 18 อาการปากบวมก็เริ่มมา เริ่มมีอาเจียนเล็ก ๆ น้อย ๆ เราก็คิดว่า เอ๊ะ เราเพิ่งส่องกล้องไป ก็ดูไปก่อน สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ พอวันที่ 20 ก็เริ่มดีขึ้นนิดหนึ่ง ก็แพลนว่ากลับบ้านได้ ไม่น่ามีอะไร ก็คงการวินิจฉัยเดิม แพลนว่าอีก 2 วันกลับบ้านได้

แล้วพอมาวันที่ 23 อาการเป็นเยอะมาก ปากบวมมาก มีอาการอาเจียนเป็นเลือดเยอะชัดเจน วันที่ 23 เราย้ายคนไข้ไปหอผู้ป่วยวิกฤต อันนั้นเป็นจุดที่เยอะมาก เยอะกว่าแรกรับเขามาด้วยซ้ำ หลังจากนั้นอาการเขาเป็นเยอะ เราก็ให้การรักษาเบื้องต้นก่อน จนมีสภาพปกติ สัญญาณชีพทุกอย่างปกติ เราก็ส่องกล้องวันที่ 24 ซึ่งมันต่างจากวันที่ 17 ซึ่งห่างกันแค่วีกเดียว รอบแรกปกติดีมาก รอบสองชัดเจนมากว่ามันผิดปกติ

มันเป็นยังไง ?

พญ.ศุกระวรรณ : มีลักษณะเป็นแผลลึกรอบวงของหลอดอาหาร ตั้งแต่ส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง ลึกรอบเลยนะคะ มีลักษณะเป็นเนื้อตาย กระเพาะแดง มีเลือดออก และมีจุดเล็ก ๆ เนื่องจากครั้งนี้มีเลือดมากในกระเพาะ เราเลยไม่ตัดชิ้นเนื้อดู ลักษณะค่อนข้างเป็นมาก เราก็รู้สึกแปลกใจว่ามันผ่านไปแค่ 1 อาทิตย์ อาหารที่เราให้ เราพยายามงดทุกอย่างที่เราคิดว่าแพ้หมดแล้ว แต่ผลส่องกล้องมันต่างไปมากเลย แล้วเราก็มีคุณหมอทางเดินอาหาร 2 ท่านช่วยกันดู เราก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นการแพ้อาหาร วินิจฉัยเดิมไม่น่าใช่ จากลักษณะส่องกล้อง มันเข้าได้กับการกลืนสารกัดกร่อน คิดว่าเป็นอันนี้มากที่สุด นั่นคือจุดประเด็น

หลังจากมีการประเมินว่าอาการดีขึ้น คิดว่าพรุ่งนี้ออกไปได้ แต่อยู่ดี ๆ มีอาการเบิร์นที่ปาก แต่เป็นอีก และหนักขึ้นกว่าเดิม เอากล้องไปตรวจใหม่ ปรากฏว่าพบรอยของการอักเสบ มีรอยเป็นเนื้อตายอยู่ในกระเพาะอาหาร ถึงขั้นทะลุไหม ?

พญ.ศุกระวรรณ : วันนั้นไม่ทะลุ แต่จากลักษณะแบบนี้มีความเสี่ยงทะลุได้สูงมาก เพราะเป็นเกรดที่เป็นความรุนแรงค่อนข้างเยอะ

บอกแม่ปุ๊กยังไง ?

พญ.วนิดา : พอหลังทีมผู้ดูแลรักษาคิดว่าน่าจะเป็นการถูกทำร้าย เขาก็ปรึกษาไปหน่วย ซึ่งตัวเองเป็นหัวหน้าหน่วย เราก็เลยเข้าไป ตอนแรกที่เข้าไปก็คิดว่าหรือแม่ป่วย เพื่อต้องการให้เกิดความเห็นอกเห็นใจหรือเปล่า เรามองให้เป็นภาพดีอยู่นะ ระหว่างนั้นเราขอคุยกับตายาย เพื่อดูว่าพร้อมดูแลเด็กไหม แล้วส่งแม่ไปจิตแพทย์พร้อม ๆ กัน แต่ผลประเมินปรากฏว่าแม่ไม่ได้ป่วยค่ะ ถ้าแม่ทำอะไร แสดงว่าแม่รู้ตัวในขณะกระทำ มีวัตถุจุดประสงค์เหมือนคนปกติที่กระทำ

ส่วนตายายประเด็นที่น่ากังวลคือ พอฟังตายายพูด เหมือนเขาไม่เชื่อว่าหลานถูกสารกัดกร่อน ซึ่งตอนแรกเราพยายามดูว่าตายายเป็นที่พึ่งพิงได้ไหม ถ้าพ่อแม่เขาดูแลไม่ได้ โดยที่เราจะบอกว่า พ่อแม่เข้าใกล้ลูกไม่ได้นะ แต่ตายายบอกว่า หลานฉันไม่ได้ถูกสารกัดกร่อน เลยทำให้คิดว่าตายายก็จะไม่ปลอดภัยด้วย ถ้าตราบใดที่ตายายคิดว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น แล้วตายายจะดูแลหรือปกป้องเด็กได้ไง

นี่หมอไม่ได้พูดว่าตายายรู้เห็นหรือไม่รู้เห็นนะคะ แต่บอกว่าวิธีตอบสนองมันทำให้เราไม่สามารถปล่อยเด็กไปอยู่กับตายายด้วย ฉะนั้นเราวางแผนจะไม่มีทางให้เด็กอยู่ตามลำพังกับคนใดคนหนึ่งในครอบครัวอีกเลย นับแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เด็กต้องอยู่ไอซียู และเด็กก็อาการหนักด้วยค่ะ ต้องอยู่ไอซียู แล้วเราแจ้งเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ให้เขาช่วยดูแลเรื่องการใช้อำนาจในการคุ้มครองเด็ก เพื่อไม่ให้ครอบครัวมีโอกาสเข้าสู่เด็ก ระหว่างนี้อยู่ในกระบวนการเราจะอนุญาตให้แม่เยี่ยม แต่ไม่อนุญาตให้แม่นำอาหาร เครื่องดื่มมาให้เด็กทั้งสิ้น รวมทั้งไม่อนุญาตให้แม่ป้อนอาหารที่เราเตรียมให้เด็กด้วย แล้วแม่ก็ชอบถ่ายโน่นนี่ เราห้ามก็แล้ว แต่ก็ยังถ่ายอยู่ เราก็ให้เจ้าหน้าที่ออกเงื่อนไข ห้ามเอากล้องมือถือเข้าไปเลย

ช่วงประเมินว่าน้องป่วยอีกแล้ว อาเจียนอีกแล้ว คุณแม่ถ่ายคลิปตลอดเวลาเหรอ ?

พญ.ศุกระวรรณ : ตอนอยู่ในห้องไอซียู เราก็ยังเห็นรูป

พญ.วนิดา : เราบอกไม่ให้ถ่าย เราก็ไม่เห็นว่าเขาถ่ายน้องตอนไหน แต่เราเห็นในเฟซเขาว่ามีการถ่าย เราเฝ้าอยู่ เราไม่เห็นเขาถ่าย ซึ่งเขาแอบถ่าย แล้วไปลงขอเงินบริจาค ตอนหลังเราเลยให้พยาบาลขอโทรศัพท์ ซึ่งเขาก็บอกว่าฝากโทรศัพท์ไว้แล้ว แต่ก็ยังแอบเอามาถ่าย

เด็กชายบี ตอนนี้ปลอดภัย ระยะยาวจะเสียงแหบไปตลอดชีวิต จริงไหม ?

พญ.ศุกระวรรณ : อันนี้เราต้องประเมินต่อ ลักษณะหลอดอาหารอักเสบและมีเนื้อตาย มันก็ทำลายโครงสร้างหลอดอาหารอยู่ แต่ในเบื้องต้น เราได้ทำการเอกซเรย์กลืนแป้งวว่ามีตีบตันไหม ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่มีตีบตัน

อาจารย์กฤษณพงค์ ประเมินแล้ว มีอะไรซับซ้อน ?

ดร.กฤษณพงค์ : คุณแม่บอกว่าน้องเสียชีวิต มีหลายคำถามมากที่คนตั้งคำถาม เช่น ทำไมคุณแม่ต้องไลฟ์ตอนน้องเสียชีวิต เด็กคนนี้เป็นลูกคุณแม่จริงไหม คุณแม่จริง ๆ อยู่ไหน ในเคสน้องคนแรก ในกระบวนการข้อคำถาม ทำไมมีเฟซบุ๊กไลฟ์ ขณะที่น้องป่วย ถ่ายรูปแล้วขอรับบริจาค รูปแบบน้องคนที่สองคล้ายกับกรณีแรก คนร้ายทั่วไป เวลาก่อเหตุ เขาจะใช้รูปแบบเดิม เช่น หลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ก็ใช้รูปแบบอย่างนั้น

จะบอกว่าได้รับเงินบริจาคจากลูกคนแรก เขาเลยมาทำกับลูกคนที่สอง เป็นพฤติกรรมเดิม ๆ ?

ดร.กฤษณพงค์ : ข้อเท็จจริง ฝ่ายสืบสวนเขาทำอยู่แล้ว ทั้งการเคลื่อนไหวทางการเงิน บัญชี การติดต่อสนทนา จริง ๆ ต้องเรียนว่าการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก เราพบทั่วโลก หลากหลายรูปแบบ กรณีรับเป็นบุตรบุญธรรม ในประเทศพัฒนาแล้ว เขาจะมีรูปคณะกรรมการ จะมีการไปตรวจที่บ้านว่าเขามีรายได้เพียงพอไหม เมืองไทยเราก็มี มีคณะกรรมการพิจารณาว่าจะรับเป็นลูกบุญธรรมได้ไหม แต่คำถามว่าแม่จริง ๆ ทำไมถึงให้น้องไปอยู่กับผู้ต้องหา ต้องไปสืบสวนต้องสอบสวนอีกครั้ง

สรุปแล้ว ล่าสุดที่มีการพิสูจน์ ทั้ง 2 คนถูกสารเคมีเข้าสู่ร่างกายเป็นฤทธิ์กัดกร่อน ?

พญ.วนิดา : เด็กชายบีพิสูจน์ได้โดยนิติวิทยาศาสตร์ แต่เด็กหญิงเอไม่ได้เพราะเผาไปแล้ว

เก็บอะไรมาตรวจไม่ได้แล้ว ?

พญ.วนิดา : ไม่เชิงค่ะ ขออนุญาตอุบไว้ก่อนได้ไหมคะ มีเรื่องหนึ่งที่ขอฝาก ถ้าพบเหตุเด็กถูกทำร้ายให้แจ้งเลยนะคะ ตอนที่เรารู้เราตั้งใจเลยว่าเราจะไม่ปล่อยมือจากหนูไป จนกว่าหนูจะปลอดภัย

ท่านสามารถติดตามรายการโหนกระแสวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 โดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33