ล้างบางยกแก๊ง “ไอ้ฉุย เขาจันทร์” เบื้องหลังปิดเกมไล่ล่า จับมือปืนทมิฬ

0
12

ถือเป็นการปิดฉากการไล่ล่า แก๊งมือปืนรับจ้าง ที่ติดโผอาชญากรอันตราย เป็นที่ต้องการตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามประกาศจับของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในลำดับ 145 ชายทมิฬผู้นี้ คือ “จำรัส รักจันทร์” หรือ ไอ้ฉุย เขาจันทร์ อายุ 45 ปี หัวโจกมือปืนรับจ้างที่มีหมายจับหลายใบ

โดย เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะกันระหว่างปิดล้อมจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจพัทลุง สนธิกำลังกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม และ ตชด. ตามจับกุมตามหมายจับ ขับรถไล่ตามกลุ่มคนร้าย แต่ กลุ่มของนายจำรัสไหวตัว จึงพยายามขับรถหลบหนี ก่อนเปิดฉากปะทะกันกลางถนน จนกระทั่ง รถตำรวจและคนร้ายชนกัน มาจอดนิ่ง ที่สี่แยกบ้านท่านางพรหม-ท่าควาย ท้องที่ ม.6 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

คนร้ายเปิดฉากใช้อาวุธสงคราม M16 ยิงใส่รถเจ้าหน้าที่ก่อน เป็นเหตุให้ตำรวจ 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และเสียชีวิต 1 นาย ได้แก่ ด.ต.อนันต์ มีแสง ถูกกระสุนเข้าที่บริเวณศีรษะเสียชีวิต และ ด.ต.ชัชชัย ศัญโย ถูกยิงเข้าที่แขนขวาบาดเจ็บ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ทีมอื่น ก็เข้าเสริม และเกิดการยิงต่อสู้กันยาวนานเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่ง “ไอ้ฉุย” กับลูกน้องอีก 2 คน ได้หลบหนีไป โดยมีศพลูกน้องของไอ้ฉุย นอนไร้ลมหายใจอยู่ในรถ 1 คน

แม้เวลานั้น จะรอดพ้นเงื้อมมือตำรวจ แต่ก็โดนตามจับกุมได้ ในเวลาในพื้นที่เมืองหลวง ก็คือ กรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์ไล่ล่า “มือปืน” ทมิฬ ขาใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังไม่เสร็จสิ้นดีนัก กระทั่ง 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบ 3 หน่วย คือ กอง 1 กอง 2 และ กอง 6 รวมถึง “หน่วยหนุมาน” และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ลงพื้นที่ “เก็บกวาด” แก๊งไอ้ฉุยยกแก๊ง ตรวจค้น 21 จุดเป้าหมาย 5 จังหวัด ประกอบด้วย พัทลุง สงขลา กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และ นนทบุรี

พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. เล่าเบื้องหลังการไล่ล่า “ไอ้ฉุย” ว่า เวลานี้ขยายผล จับกุมคนที่เกี่ยวข้องแล้วตามพยานหลักฐานที่สาวไปถึง โดยคนที่จับกุมล่าสุด เป็นกลุ่มคนที่พาหลบหนีไปตามป่าเขา และพาเข้ากรุงเทพฯ

โดยหลังเกิดเหตุ “ปะทะ” นายฉุย ก็มีทีมพาหลบหนีเข้าไปที่ “เขาบรรทัด” ในพื้นที่ป่ารอยต่อ สงขลา พัทลุง กระทั่ง วันที่ 21 มี.ค. ช่วงกลางคืน นายฉุย กับพวก ก็หลบหนีเข้ากรุงเทพฯ โดยมีรถยนต์ 3 คัน อย่างกับหนังมาเฟียที่ต้องมีทีมคุ้มกัน โดย คันแรกของนายฉุย และอีก 2 คัน เป็นของทีมคุ้มกัน

“ตอนแรกขับมาส่งที่กุยบุรี…หลังจากนั้น ก็มีลูกน้องอีกทีม ที่มาจากกรุงเทพฯ เปลี่ยนรถ มารับตัว ซึ่งทีมนี้ จะคอยช่วยเหลือหาที่พักให้”

คำถามคือ มีตำรวจไล่ล่าเยอะขนาดนั้น แต่…หนีเข้ากรุงเทพฯ ทำไม พ.ต.อ.พงศ์ปณต ตำรวจที่ติดตามคดีนี้มาแต่ต้น เผยว่า ในทางการข่าวก่อนหน้านี้ เชื่อว่า เขาเตรียมตัวที่จะหลบหนีไปยังประเทศที่ 3 ผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยมีการจ้างคนเพื่อพาตัวออกไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมการหลบหนี เขาจึงเลือกมาหลบในกรุงเทพฯ ชั่วคราว เพื่อรอเวลา และว่า การมาครั้งนี้เพื่อแฝงตัวหลบหลีกเจ้าหน้าที่ ได้ง่ายกว่า เพราะคนกรุงเทพฯ แตกต่างจากคนต่างจังหวัด ที่ไม่ค่อยสนใจใคร แต่หากไปกบดานในต่างจังหวัด คนในพื้นที่ ก็จะสังเกตได้ง่าย..

แต่เขาคิดผิด… เพราะทีม ผู้บัญชาการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ก็ส่งมือดีตามไล่ล่า และก็จับกุมได้ในที่สุด

พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. รับไม้ต่อในการทำงานในเมืองกรุง เล่าว่า หลังจากนั้น ทีมตนก็เข้ามาสานงานต่อ โดยรับหน้าที่ไล่ล่าแกะรอย ในกรุงเทพฯ การทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ยากนัก เพราะ กทม. เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด กอปรกับ นายฉุย เป็นคนสงขลา คือ ไม่ค่อยคุ้นชินกับเส้นทางใน กทม. อีกทั้ง เมื่อไม่ได้อยู่ภาคใต้ ทำให้มีคนให้การช่วยเหลือ ฉะนั้น จึงเป็นที่มาของการจับกุมนายฉุย พร้อมลูกน้องได้ในที่สุด

การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการลงมือในเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะหากจับกุมไม่ได้ ก็อาจจะหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านได้ ภายใน 3 วันนี้

สำหรับประวัติคร่าวของ “ไอ้ฉุย เขาจันทร์” ถือว่าเป็นหัวหน้าแก๊งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ผ่านมา โดนดำเนินคดีไปแล้วกว่า 11 หมายจับ นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 คดีที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการบนชั้นศาล

ไอ้ฉุย ถือเป็นคนร้ายที่ค่อนข้างดุร้าย เพราะทุกครั้งที่ถูกตำรวจล้อมจับ จะใช้อาวุธต่อสู้ทุกครั้ง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เคยยิงต่อสู้กับตำรวจท้องที่มาแล้ว แต่ยังโชคดีที่คราวนั้นไม่มีคนเสียชีวิต แต่กับเหตุการณ์ล่าสุด ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรง ต้องตามจับกุมตัวดำเนินคดีให้ได้

ผกก.6 บก.ป. เผยว่า แก๊งไอ้ฉุย นอกจากจะมีคดีฆ่าคนตาย ก่อเหตุมือปืนรับจ้าง ยังเป็นแก๊งยาเสพติดแก๊งใหญ่ มีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยมีสมุนเยอะ โดยเราตามจับผู้เกี่ยวข้อง ที่มีหลักฐานก็ 10 คนแล้ว ซึ่งจากการสอบปากคำก็ให้การรับสารภาพเกือบหมด บางส่วนก็อาจจะยังมีหลักฐานสาวไปไม่ถึง

“ฉุยเอง…ให้การภาคเสธ เขาบอกว่า เขาไปที่เกิดเหตุจริง แต่เขาไม่ได้ก่อเหตุยิงตำรวจ ส่วนคดีอื่นๆ เรื่องปืน อาวุธสงคราม อย่าง M16 เขาก็ให้การรับสารภาพ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งเขาจะพูดอะไรได้” ผกก.6 บก.ป. กล่าว

สำหรับการไล่ล่า “ฉุย เขาจันทร์” เป็นภารกิจ ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) โดยกลุ่มของ “มือปืน” จากแถวบนมีทั้งสิ้น 37 คน ซึ่งถึงเวลานี้ ได้จับกุมไปแล้ว 9 คน (รวม ฉุย เขาจันทร์) ซึ่งก็เหลือมือปืนรับจ้างที่ต้องไล่ล่าอีก 28 คน ส่วนอีก 3 กลุ่ม จะเป็นกลุ่มผู้ร้ายสำคัญ โดยมีรางวัลนำจับ 50,000 บาท 80,000 บาท และ 100,000 บาท ซึ่งกลุ่มคนร้ายสำคัญ จะไม่ใช่มือปืนรับจ้าง แต่เป็นการก่อเหตุฆาตกรรมและคดีอุกฉกรรจ์

ในภารกิจอันตรายเช่นนี้ ก็ต้องหวังพึ่ง เจ้าหน้าที่ที่เสียสละ กล้าหาญ เสี่ยงตายเพื่อปราบปรามอาชญากรโหดต่อไป

ที่มา : ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
กราฟิก : Chonticha Pinijrob