สัญญาณอันตราย ร่างกายกำลัง “แพ้ยา”

0
43

อาการแพ้ยาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราต้องกินยาตัวนั้นเข้าไป เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ถึงจะสงสัยได้ว่าอาจเป็นเพราะยา หรืออาหารที่กินเข้าไปล่าสุด แต่อาการที่ว่าผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้หลังกินยาที่ทำให้แพ้จะมีอะไรที่เราสามารถสังเกตได้บ้าง Sanook Health มีข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาฝากกัน


สัญญาณอันตราย ร่างกายกำลัง “แพ้ยา”

อาการแพ้ยามี 4 ประเภท ดังนี้

ชนิดที่ 1

แพ้ยาชนิดเฉียบพลัน จะเริ่มแพ้ยาภายใน 1 ชั่วโมง โดยอาการที่พบได้ มีดังนี้

  • หายใจลำบาก
  • ช็อก
  • ผื่นขึ้น
  • มีอาการบวม เช่น ผิวหนังบวม ตาบวม ปากบวม เป็นต้น
  • ความดันโลหิตต่ำ

ชนิดที่ 2

เป็นอาการแพ้ยาที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนชนิดแรก แต่อาจรุนแรง และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะส่งผลถึงภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดออกอาจถูกทำลาย อาการที่พบ มีดังนี้

  • อ่อนเพลีย
  • หัวใจเต้นรัว
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • เกล็ดเลือดต่ำ

ชนิดที่ 3

เป็นอาการแพ้ที่เกิดขึ้นหลังจากกินยาไป 1-3 สัปดาห์ อาการที่พบได้แก่

  • มีไข้
  • ผื่นคัน
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดข้อ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ความดันโลหิตต่ำ

ชนิดที่ 4

เป็นอาการแพ้ที่มีความรุนแรงถึงอวัยวะภายใน เช่น

  • ผิวหนังอักเสบ
  • ตับอักเสบ
  • และอาจพบอวัยวะอื่นๆ อักเสบด้วย

ทำอย่างไร เมื่อสงสัยว่าตัวเองอาจ “แพ้ยา”

  1. หยุดยาที่เพิ่งรับประทาน หรือสงสัยว่าอาจเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการแพ้ทันที
  2. รีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด โดยนำยา หรือซองยาที่รับประทานอยู่ในช่วงนั้นไปให้แพทย์ดูด้วย

ข้อควรรู้

  • ยาฉีด จะมีโอกาสแพ้มากกว่ายากิน
  • การใช้ยาขนาดสูง (ปริมาณมาก) จะเสี่ยงแพ้มากกว่าการยาขนาดต่ำ (ปริมาณน้อย)

หากตรวจพบว่าตัวเองแพ้ยา ควรปฏิบัติดังนี้

  1. พกบัตรแพ้ยาติดตัวเสมอ
  2. พยายามจำชื่อสามัญทางยาที่ตัวเองแพ้เอาไว้ให้ได้
  3. แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าแพ้ยาอะไร