เช็กรายชื่อประเทศแถบเอเชียที่ทยอยเปิดให้เข้า ปี 2022

0
33

การท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มคึกคัก หลังประเทศแถบเอเชียทยอยเปิดประเทศแล้ว โดยเที่ยวแบบ New Normal วัคซีนครบก็เที่ยวได้

สายเที่ยวเตรียมเฮ หลังจากที่ต้องหงอยเหงามาเกือบ 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 แต่ในปี 2022 ที่หลายประเทศเริ่มมีมาตรการฉีดวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันและการจัดการทางสาธารณสุขควบคุมโรคที่ดี ทำให้บางประเทศเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าประเทศได้แล้ว เพียงแค่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ของแต่ละประเทศเท่านั้น โดยหลัก ๆ คือต้องเป็นผู้ฉีดวัคซีนที่ได้รับการรับรองครบโดสแล้วเท่านั้น มีใบรับรองการฉีดวัคซีนที่ครบโดส (รวมถึงวัคซีนพาสปอร์ต) ผลการตรวจโควิดแบบ RT-PCR ผลเป็นลบ ภายใน 72 ชม. และประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด 19 ซึ่งจะมีประเทศไหนเริ่มเปิดบ้างแล้ว เราลองรวบรวมประเทศในแถบเอเชียใกล้ ๆ มาฝากกัน โดยเริ่มที่

 

1. สิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2021 สิงคโปร์เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศให้เข้าไปท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว โดยเป็นการเดินทางผ่านโครงการพิเศษชื่อ VLT (Vaccinated Travel Lane) ที่มีข้อกำหนดว่าจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดส และยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขก่อน

เงื่อนไขสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปสิงคโปร์

  • ผู้เดินทางจะต้องฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 โดส และต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก
  • ผู้เดินทางจะต้องมีผลทดสอบ Polymerase Chain Reaction (PCR) หรือผลตรวจ Antigen Rapid Test (ART) ภายใน 2 วัน ก่อนเดินทาง และต้องทดสอบ PCR อีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงประเทศสิงคโปร์
  • ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียนผ่าน Vaccinated Travel Pass หรือ VTP ภายใน 7-60 วัน ก่อนเดินทาง โดยลงทะเบียนได้ที่ eservices.ica.gov.sg
  • ผู้เดินทางจำเป็นจะต้องมีประกันการเดินทางที่ให้การคุ้มครองในวงเงินอย่างน้อย 30,000 สิงคโปร์ดอลลาร์

          สิ่งที่ต้องทำเมื่อเดินทางไปถึง

  • ยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำเนาเอกสาร VTP ต่อเจ้าหน้าที่สนามบิน
  • แสดงผลตรวจ PCR หรือ ART ที่มีผลเป็นลบต่อเจ้าหน้าที่สนามบิน
  • แสดงเอกสารการฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 โดส หรือ Vaccine Passport
  • ตรวจ COVID 19 PCR test เมื่อเดินทางไปถึงสิงคโปร์
  • ผู้เดินทางจะต้องตรวจเช็ก PCR Tests ที่สนามบิน หลังจากเดินทางไปถึงประเทศสิงคโปร์ และจะต้องตรวจ ART Kits ด้วยตนเองในวันที่ 2-7 หลังจากเข้าประเทศ
  • ลงทะเบียน SG Arrival Card (SGAC) ภายใน 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TraceTogether สำหรับใช้งานในประเทศสิงคโปร์

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Singapore – สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์

 

2. กัมพูชา

          เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2021 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ได้ประกาศว่า ผู้เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้วจำนวน 2 เข็ม ไม่จำเป็นต้องถูกกักตัว โดยต้องแสดงเอกสารต่อไปนี้

  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 เข็ม
  • ใบรับรองสุขภาพ (Health Certificate) ที่ออกให้โดยทางการสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับโดยทางการของประเทศที่ตนอยู่อาศัย ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด 19 ภายในเวลา 72 ชม. ก่อนการเดินทาง (PCR Test)
  • เมื่อเดินทางมาถึงประเทศกัมพูชา ผู้โดยสารต้องตรวจหาเชื้อโรคโควิด 19 โดยเป็นการตรวจ Rapid Test ณ จุดที่มาถึง และต้องรอผลการตรวจโควิด 19 ระยะเวลา 15-20 นาที
  • เมื่อผลการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ออกมาเป็นลบ ผู้โดยสารสามารถเดินทางโดยเสรีทั่วประเทศกัมพูชา โดยไม่จำกัดพื้นที่การเดินทางและไม่จำเป็นต้องกักตัว
  • ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 เข็ม ซึ่งเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยใช้เครื่อง PCR และต้องกักตัวระยะเวลา 14 วัน ตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Phnom Penh

 

3. เกาะบาหลี อินโดนีเซีย

          เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2022 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ได้มีประกาศเกี่ยวกับมาตรการการเดินทางเข้าประเทศอินโดนีเซีย และต้องแสดงเอกสารขณะเดินทางเข้าประเทศ ดังนี้
  • ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19
  • ผลตรวจ RT-PCR ผลตรวจไม่เกิน 48 ชม. และมีผลตรวจเป็นลบ ก่อนออกเดินทาง
  • วีซ่าการเดินทางระยะสั้น หรือใบอนุญาตเดินทางเข้าเมืองอื่น ๆ
  • ประกันสุขภาพ วงเงินประกันคุ้มครองอย่างน้อย 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และครอบคลุมการคุ้มครองการติดเชื้อโควิด 19
  • หลักฐานการจองและการชำระเงินสำหรับห้องพักสำหรับกักตัว ณ สถานที่กักตัวที่รัฐบาลกำหนด
  • รับการตรวจโควิด 19 แบบ PCR เมื่อเดินทางถึงจังหวัดบาหลี ให้เข้าพักที่โรงแรม ณ สถานที่กักตัวที่รัฐบาลกำหนด และรอผลตรวจ
  • สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบ 2 โดส กักตัวเพื่อสำรวจอาการ 1 วัน หรือจนกว่าจะได้รับผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ และต้องตรวจ RT-PCR อีกครั้งในวันที่ 3 ของการพำนักอยู่ที่อินโดนีเซีย
  • สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ไม่ครบ 2 โดส ต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน และต้องตรวจ RT-PCR อีกครั้งในวันที่ 6 ของการกักตัว
          ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Jakarta

 

4. เวียดนาม
          มีประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2022 เกี่ยวกับผู้เดินทางที่ประสงค์จะเข้าเวียดนามเพื่อการท่องเที่ยว ดังนี้
  • ต้องได้รับการดำเนินการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาต
  • ต้องได้รับวัคซีนครบโดส หรือหายป่วยจากโรคโควิด 19 โดยจะต้องเฝ้าระวังอาการตัวเองเป็นเวลา 3 วัน และตรวจ RT-PCR ในวันที่ 3 เมื่อผลเป็นลบก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้
  • ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ ต้องเฝ้าระวังอาการตัวเองเป็นเวลา 7 วัน และต้องตรวจ RT-PCR ในวันที่ 3 และ 7 เมื่อผลเป็นลบก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้

          อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางเข้าประเทศเวียดนาม จำเป็นต้องยื่นเอกสารสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

  • ใบรับรองการฉีดวัคซีน ไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกิน 12 เดือน จนถึงวันที่เดินทางเข้าเวียดนาม
  • ใบรับรองการหายป่วยจากโรคโควิด 19 อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • ผลตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR ก่อนการเดินทางไม่เกิน 72 ชม. และมีผลเป็นลบ
  • ประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาโรคโควิด 19 ขั้นต่ำ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

          ทั้งนี้ ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2022 และหลังจากวันที่ 15 มีนาคม 2022 รัฐบาลเวียดนามกำลังพิจารณาเงื่อนไขการเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Hanoi

 

5. ฟิลิปปินส์

จากประกาศของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022 ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศฟิลิปปินส์เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและท่องเที่ยว สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • ต้องฉีดวัคซีนที่ได้รับการรับรองครบโดสมาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันเดินทาง
  • มีเอกสารแสดงการฉีดวัคซีน
  • ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR ผลเป็นลบ ไม่เกิน 48 ชม.
  • มีประกันการเดินทางครอบคลุมการรักษาโควิด 19 วงเงินขั้นต่ำ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ

          โดยเมื่อเดินทางถึงฟิลิปปินส์แล้ว ไม่ต้องกักตัว แต่ต้องสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 7 วัน หากมีอาการบ่งชี้ว่าอาจจะป่วยเป็นโควิด 19 ให้รีบรายงานต่อหน่วยงานท้องถิ่นที่พักอยู่โดยเร็ว ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Manila สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา

 

6. มาเลเซีย

          มีประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2022 มาเลเซียจะเปิดพรมแดนสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาเลเซียทางอากาศเพื่อการท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและรายละเอียดดังต่อไปนี้

ก่อนเดินทาง

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MySejahtera
  • กรอกแบบฟอร์ม Pre-departure ใน MySejahtera ตรงไอคอนที่ระบุว่า Traveller
  • สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 แล้ว ไม่ว่าจะได้รับเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3 ฉีดครบโดส หรือยังไม่ครบโดสก็ตาม จะต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 แบบ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้ามาเลเซีย 48 ชม. (ผลตรวจต้องเป็นลบ)
  • สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบโดสแล้ว และเคยติดเชื้อโควิด 19 มาแล้วไม่เกิน 60 วัน ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 แบบ RTK จากสถานพยาบาล ก่อนเดินทางเข้ามาเลเซีย 48 ชม. (ผลตรวจต้องเป็นลบ)
  • ซื้อประกันโควิด 19 และประกันการเดินทาง ที่มีเบี้ยประกันครอบคลุมอย่างต่ำ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2,650,000 บาท)

          เมื่อเดินทางถึงมาเลเซีย

  • ตรวจวัดอุณหภูมิ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง
  • ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 แบบ RTK (รอยืนยันค่าตรวจ) ที่สนามบิน
  • เมื่อผลตรวจเป็นลบ ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 เข็มกระตุ้นแล้ว หรือฉีดครบโดสแล้ว หรือผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ครบโดสแล้ว และเคยติดเชื้อโควิด 19 มาแล้วไม่เกิน 60 วัน สามารถเข้าประเทศมาเลเซียได้โดยไม่ต้องกักตัว
  • สำหรับผู้ที่ยังฉีดวัคซีนโควิด 19 ไม่ครบโดส จะต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 5 วัน ก่อนจะสามารถเดินทางเข้ามาภายในมาเลเซียต่อไป

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก กงสุลไทย กัวลาลัมเปอร์

 

7. เกาหลีใต้

          จากข่าวการเปิดประเทศเกาหลีใต้ หลายคนสงสัยว่าคนไทยจะไปเที่ยวได้หรือยังนั้น ล่าสุดวันที่ 11 มีนาคม 2022 มีประกาศจากกรมควบคุมโรคสาธารณรัฐเกาหลี เกี่ยวกับการปรับปรุงแผนการเข้า-ออกประเทศ และได้มีมติเห็นชอบในการพิจารณาข้อยกเว้นในการกักตัว โดยตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม เป็นต้นไป หากชาวต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 จากในประเทศหรือต่างประเทศครบถ้วน และมีประวัติการลงทะเบียน (ผ่านแอปพลิเคชัน COOV ของรัฐบาลเกาหลี) หรือเป็นคนที่มีประวัติเดินทางก่อนหน้านี้ หรือมีวีซ่าวัตถุประสงค์สำหรับการเยี่ยมญาติ แต่งงาน นักเรียน นักธุรกิจ จะได้รับการยกเว้นการกักตัว แต่อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเกาหลีใต้ทุกคนจะยังคงถูกกำหนดให้รับการตรวจ Antigen แบบเร็ว ในวันที่ 6 และวันที่ 7 หลังเดินทางเข้าประเทศ

และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนจากต่างประเทศ และมีวีซ่าสำหรับเข้าประเทศ แม้ไม่ได้มีประวัติการลงทะเบียน (ผ่านแอปพลิเคชัน) ก็จะได้รับการยกเว้นด้วยเช่นกัน โดยมีการจัดเตรียมระบบกรอกข้อมูลล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนสำหรับผู้ที่เดินทางมายังสนามบินอินชอนได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนจะยังคงดำเนินการใช้มาตรการเดิม รวมถึงผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น ปากีสถาน อุซเบกิสถาน เมียนมา และยูเครน

สำหรับสายเที่ยวที่กำลังเฝ้ารอที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวคงต้องรอไปก่อน เพราะ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2022 ทางสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ยังไม่มีประกาศที่แน่ชัดออกมาว่าเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล / Royal Thai Embassy, Seoul

 

8. ลาว

          ตามประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2022 เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนมาตรการในการเข้า-ออก สปป.ลาว ระบุว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา สปป.ลาว ในโครงการเส้นทางสีเขียว (เมืองหลวงเวียงจันทน์ วังเวียง และหลวงพระบาง) เมื่อเดินทางถึง สปป.ลาว ต้องตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR และเข้าพักในโรงแรมที่กำหนด เพื่อรอผลตรวจไม่เกิน 48 ชม. (ห้ามออกจากบริเวณกักตัวจนกว่าจะทราบผล) หากผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อ สามารถออกไปทำกิจกรรมตามแผนท่องเที่ยวได้ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Vientiane

 

9. ญี่ปุ่น

          มีประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2022 เกี่ยวกับการปรับมาตรการการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2022 เป็นต้นไป ดังนี้

  • เปิดรับเฉพาะนักเรียนและนักธุรกิจ ที่มีเอกสารรับรองเป็นทางการ โดยต้องขอวีซ่าเป็นแบบไม่เกิน 3 เดือน หรือเป็นแบบ 3 เดือนขึ้นไป
  • ยื่นใบรับรองผลตรวจโควิด 19 ที่มีผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเข้าประเทศ
  • ระยะเวลาในการกักตัว แบ่งเป็น- ถ้าได้รับวัคซีน 2 เข็มแรกเป็น Pfizer, AstraZeneca, Moderna จำนวน 2 เข็ม, Johnson & Johnson 1 เข็ม และวัคซีนเข็มที่ 3 ได้แก่ Pfizer และ Moderna ไม่ต้องกักตัว
    – ถ้าได้รับวัคซีนไม่ครบ 3 เข็ม ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เป็นเวลา 7 วัน
    – ผู้ที่เดินทางเข้าจากกลุ่มประเทศ/พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน จะต้องกักตัว 7 วัน ที่บ้านพัก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสอบถามได้ที่ fukuoka.thaiembassy.org

 

10. มัลดีฟส์

          สำหรับใครที่อยากไปมัลดีฟส์ก็เตรียมตัวได้เลย เพราะเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2022 มีประกาศเกี่ยวกับมาตรการและขั้นตอนเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวมัลดีฟส์ แบบไม่ต้องกักตัว ดังนี้

  • ต้องได้รับวัคซีนครบโดส (ก่อนเดินทาง 14 วัน) เดินทางได้ปกติ ไม่ใช้ผล RT-PCR
  • กรอกแบบฟอร์มตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง 24 ชม. ได้ที่ imuga.immigration.gov.mv
  • มีประกันสุขภาพครอบคลุมโรคโควิด 19

          ทั้งนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินด้วยความรอบคอบ ทั้งเที่ยวบินที่เดินทางมายังมัลดีฟส์และเที่ยวบินที่เดินทางกลับไทย และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาลมัลดีฟส์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้หากสถานการณ์แพร่ระบาดมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลมัลดีฟส์อาจพิจารณาระงับการสัญจรระหว่างเกาะ ระงับการเดินทางไปยังสนามบิน หรืออาจปิดเกาะรีสอร์ตบางแห่ง จึงขอให้ชาวไทยตรวจสอบข้อมูลการเปิดให้บริการของเกาะรีสอร์ต การเดินทางระหว่างเกาะ ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดก่อนการเดินทาง

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ imuga.immigration.gov.mv

 

11. อินเดีย

          มีข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2022 เกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการเดินทางเข้าสาธารณรัฐอินเดีย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ดังนี้

  • ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศอินเดีย ต้องลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.newdelhiairport.in เพื่อยื่นข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศในช่วง 14 วัน ก่อนที่จะเดินทางเข้าอินเดีย นอกจากนี้จะต้องยินยอมว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีทางอาญา พร้อมแนบผลตรวจโควิด 19 แบบ RT-PCR ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชม. ก่อนเดินทาง หรือใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 แบบครบโดส
  • เมื่อเดินทางถึงประเทศอินเดียแล้ว ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยสามารถเดินทางไปยังบ้านพักและสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่ต้องกักตัว
  • เมื่อเดินทางถึง ผู้โดยสารจำนวนร้อยละ 2 ของเที่ยวบิน จะถูกสุ่มเพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 โดยเมื่อได้รับการเก็บตัวอย่างแล้ว ผู้โดยสารสามารถเดินทางออกจากสนามบินได้ และหากผลตรวจเป็นบวก จะต้องทำการรักษา/กักตัวตามมาตรการต่อไป
  • หากระหว่างการสังเกตอาการมีอาการที่บ่งชี้ว่าติดโควิด 19 จะต้องทำการแยกตัวและรายงานการติดโควิด 19 กับศูนย์สุขภาพใกล้บ้าน หรือติดต่อหมายเลข 1075 หรือหมายเลข helpline ของรัฐทันที

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, New Delhi

 

12. จอร์เจีย

          เป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบเอเชียที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสสามารถเข้าเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องแสดงผลการตรวจโควิดแบบ RT-PCR ภายใน 72 ชม. และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็สามารถเดินทางเข้าประเทศได้เช่นกัน แต่ต้องมาทดสอบ PCR แล้วได้ผลเป็นลบภายใน 72 ชม. ติดตามผลในวันที่ 3 หลังจากเดินทางมาถึง และต้องกรอกแบบสอบถาม รายละเอียดการติดต่อ และประวัติการเดินทาง โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ register.health.gov.tr

ดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ankara.thaiembassy.org

 

13. สาธารณรัฐเลบานอน

ภาพจาก Sun_Shine / shutterstock.com

         ประเทศในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022 โดยต้องลงทะเบียนบนแพลตฟอร์มของกระทรวงสาธารณสุข (MOPH) ของเลบานอน เพื่อรับบัตรผ่าน MOPH เสียก่อน สำหรับผู้ที่ได้วัคซีนครบโดสทั้ง 2 เข็ม หรือได้รับบูสเตอร์เข็ม 3 แล้วไม่เกิน 6 เดือน ไม่ต้องใช้ผลตรวจ RT-PCR และไม่ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนด้วย แต่สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ ต้องแสดงผลตรวจ RT-PCR ผลเป็นลบ ไม่เกิน 48 ชม. ก่อนเดินทาง หรือการทดสอบ Rapid Antigen (Lateral Flow) ที่ใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก่อนขึ้นเครื่อง

 

 แนวทางการเดินทางเข้าประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เมื่อกลับมายังประเทศไทยจำเป็นต้องกักตัวตามมาตรการของ ศบค. จากข้อมูล เฟซบุ๊ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ลงทะเบียนบนระบบ Thailand Pass ได้ที่ tp.consular.go.th
  • ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าไทย ผลเป็นลบ (ในกรณีที่ผลตรวจเป็นบวก ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุว่าติดเชื้อโควิด 19 มาแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน)
  • เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ผ่านจุดตรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ไปกักตัวที่โรงแรมด้วยพาหนะของโรงแรม
  • ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในวันแรก และรอผลตรวจที่โรงแรม
  • ตรวจหาเชื้อแบบ ATK ด้วยตัวเองในวันที่ 5-6 ของการกักตัว และรายงานผลการตรวจผ่านช่องทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ถึงตอนนี้ใครที่อยากไปท่องเที่ยวต่างประเทศก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษากฎและระเบียบต่าง ๆ ให้ดี เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางให้รัดกุม และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัดด้วยนะ

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง